เรื่องราวของ nu

เรื่องราวของ nu

ในปี 2553 คุณสมัชชา สัตย์สูง (นุ้ย) ตัดสินใจลาออก
จากตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่ดูจะเป็นอาชีพที่มั่นคง
ในสายตาของใครหลายๆ คน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมี
ธุรกิจเป็นของตัวเอง เธอเริ่มต้นจากการเปิดร้านเล็กๆ
บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม เพื่อจำหน่ายรองเท้าและ
กระเป๋าถือสำหรับผู้หญิงที่รับมาจากผู้ค้าส่งและบางยี่ห้อ
ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ นุ้ยพยายามจัดหาผลิต-
ภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า
แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ดีพอที่จะเป็นไปตามมาตรฐานของเธอ
เธอรู้สึกแย่และอับอายมาก เมื่อลูกค้าแสดงความจำนงค์
ที่จะขอคืนสินค้าที่เกิดการชำรุดหลังการซื้อไปจากที่ร้าน
ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจที่จะเรียนรู้วิธีการทำรองเท้าและ
กระเป๋าด้วยตัวเอง นุ้ยได้พบกับช่างทำรองเท้าชาวไทย
ผู้ใจดี ที่สอนกระบวนการทำรองเท้าด้วยมือที่ดีที่สุดให้
แก่เธออย่างละเอียด และเธอได้เรียนรู้วิธีการทำกระเป๋า
จากช่างฝีมือชาวไทยมือหนึ่ง คุณสามชัย ภูอินทร์ ที่
อยู่ในจังหวัดอยุธยา นุ้ยกับสามีของเธอ วิลเลียม จาโกล
เลตโต เกร์เนอร์ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวอิตาเลียนอเมริกัน
ได้พูดคุย และรับรู้ถึงปัญหาของลูกค้าเกี่ยวกับรองเท้า
หลายยี่ห้อ นุ้ยและวิลเลียมจึงคิดที่จะออกแบบรองเท้าที่
ใส่สบายที่สุด และเหมาะสมกับรูปเท้าและการใช้งานของ
ชาวเอเชีย ทั้งสองช่วยกันออกแบบโดยมีนุ้ย เป็นผู้ทด
สอบรองเท้าด้วยตัวเองว่ารองเท้าทุกคู่สามารถใช้งานได้
มากกว่า 200 ครั้ง (ในด้านรูปทรง ลักษณะ และวัสดุ)
และยังทดลองผสมผสานวัสดุใหม่ๆ ในการผลิตส่วน
ประกอบของรองเท้า และกำหนดค่ามาตรฐานของผลิต-
ภัณฑ์ให้สูงขึ้นด้วย เทคนิคที่พัฒนาขึ้นใหม่ นุ้ยและ
วิลเลียมเปิดตัวรองเท้าภายใต้ตราสินค้าของตัวเองยี่ห้อ
“นุ้ย” “nui” แต่ ณ ขณะนั้น เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายใน
การเติบโตทางธุรกิจ เนื่องจากสภาวะความวุ่นวายทาง
การเมืองความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอุทกภัยใน
ประเทศไทย แม้ว่าสินค้าจะประสบความสำเร็จด้านยอด
ขายในช่วงแรกๆแต่นุ้ยและวิลเลียมตั้งคำถามกับถาม
ตัวเองเสมอว่า “เราจะทำให้รองเท้าและกระเป๋าที่มีคุณ-
ภาพสูงเช่นนี้ มีราคาที่ย่อมเยากว่านี้ได้หรือไม่” จาก
คำถามนี้เอง รองเท้ายี่ห้อ “nu” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นใน
ปลายปี 2556 นุ้ยและวิลเลียมยังคงรักษามาตรฐาน
ในระดับสูงของสินค้าไว้ได้ ด้วยการเพิ่มสาขาจำหน่าย
สินค้า เพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น และการบริหารจัด
การซื้อวัตถุดิบในปริมาณมาก เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่
ถูกลง จึงสามารถนำเสนอ “nu” รองเท้าคุณภาพดี
ราคาไม่สูงให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า
ทั่วประเทศไทยและลูกค้าต่างประเทศที่ได้เคยลองสวม
ใส่ ในด้านความนิ่มสบาย
ความทนทาน ราคายุติธรรม
และสไตล์ที่เป็นอมตะ “nu” รองเท้าที่ผลิตขึ้นเพื่อการ
รับประกันตลอดชีพ จากจุดเริ่มต้นง่ายๆ กับร้านเล็กๆ
แห่งหนึ่งบนสถานีรถไฟฟ้าในกรุงเทพหกปีต่อมา “nu” 
ได้ขยายสาขาไปมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทยและส่ง
ผลิตภัณท์ให้แก่ร้านคู่ค้าในประเทศสิงคโปร์ “nu” จ้าง
ช่างฝีมือชาวไทยมากกว่า 120 คนเพื่อผลิตรองเท้าและ
กระเป๋ามากกว่า100,000ครั้งต่อปี จากนั้นไวรัสก็เปลี่ยน
โลกก่อนหน้านี้ “nu” ใช้วิธีสร้างความความสัมพันธ์และ
บริการลูกค้าผ่าน “nu Guides”พนักงานขายหน้าร้าน
เมื่อถึงยุค “New Normal”ที่ทำให้เกิดความท้าทายใน
การที่ต้องเข้าถึงลูกค้าด้วยวิธีการเชื่อมต่อกันออนไลน์
โชคดีที่ nu มีลูกค้าประจำหลายพันคนที่เชื่อมั่นในผลิต-
ภัณท์ ซึ่งยืนยันด้วยข้อความสาธารณะและการบอกเล่า
เรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณท์
รองเท้าและกระเป๋าของ “nu” ผ่านสื่อ
โซเชียล ช่วยทำ
ให้เกิดการ
สนับสนุน และเพิ่มความไว้วางใจให้แก่ลูกค้า
ใหม่ สำหรับการตัดสิน
ใจสั่งซื้อออนไลน์ ทำให้ “nu”
เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางมัลติมีเดีย “nu”
เป็นผลิตภัณท์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่กำลังเจริญรุ่งเรืองจึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับการหา
พันธมิตร คู่ค้าที่มองหาโอกาสที่จะเจริญเติบโตในตลาด
ต่างประเทศไปพร้อมกับเรา คำแถลงจากนุ้ยและวิลเลียม
“เรามุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ฅจากความท้าทายไปพร้อมๆกับ
การสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างมีคุณค่า
ความพยายามนี้เป็นรางวัลจากความไว้วางใจของลูกค้า
ที่มีต่อเราในเรื่องคุณภาพของรองเท้าและกระเป๋า ความ
สำเร็จของเราจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการสนับสนุนจาก
ผู้คนหลายภาคส่วน รวมถึงช่างทำรองเท้าชาวไทยของ
เรา สมาชิกในทีมหลักของเราที่อยู่กับเรามาตั้งแต่แรก
และเพื่อนสนิทของวิลเลียมจากอเมริกา”